Download เอกสารมากมาย

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้23
mod_vvisit_counterเมื่อวาน11547
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้23
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว68214
mod_vvisit_counterเดือนนี้179777
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว199321
mod_vvisit_counterรวมทุกวัน4109175

Online (20 minutes ago): 69
Your IP: 54.89.92.161
,
Today: ก.ย. 22, 2014


Custom Search
แบบเรียนภาษาไทยมานี มานะ ชั้นป.1-6
ภาษาไทย

แบบเรียนภาษาไทยมานี มานะ ชั้นป.1-6

มานะ มานี ปิติ ชูใจ เป็นชุดแบบเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษา ในชั้นประถมปีที่ 1-6 รวมทั้งสิ้น 12 เล่ม ซึ่งใช้ในการเรียนการสอนภาษาไทยระหว่างปี พ.ศ. 2521 - พ.ศ. 2537 เขียนโดยอาจารย์รัชนี ศรีไพรวรรณ และใช้รูปภาพประกอบกับเนื้อหาโดยเขียนภาพประกอบโดย 3 ท่านหนึ่งในนั้นคือ คุณเตรียม ชาชุมพร นักวาดการ์ตูนและนิยายภาพชื่อดังแห่งชัยพฤกษ์การ์ตูน รวมถึงอีก 2 ท่านคือโอม รัชเวช และ ปฐม พัวพิมล
ประวัติ
ที่มาของแบบเรียน เริ่มจากกระทรวงศึกษาธิการมีความต้องการ ต้องการเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ ซึ่งแต่เดิมแบบเรียนภาษาไทยชุดเก่าดูโบราณเกินไป โดยตั้งเงื่อนไขว่า ต้องให้เด็ก ๆ อ่านแล้วรู้สึกสนุก ติดใจ อยากเรียนภาษาไทย เมื่อเขียนเสร็จได้นำมาปรับปรุงและทดลองใช้จนแน่ใจว่า เรื่องราวเนื้อหา ที่เด็กอ่านนับล้านคน เป็นเรื่องที่ดี บริสุทธิ์ ไม่เป็นพิษเป็นภัย ในแต่ละชั้นเรียนจะได้รู้จักคำศัพท์ใหม่ เพิ่มขึ้นในแต่ละปีการศึกษา โดยในตอนที่เป็นแบบเรียนภาษาไทยยังไม่มีชื่อ แต่อาจารย์ รัชนี ศรีไพรวรรณ ผู้เขียนแบบเรียน เล่าว่าก็มีคนเรียกเล่น ๆ ว่าเรื่อง "ตำนานเด็กดี" แบบเรียนนี้ใช้เวลาเขียนนานกว่า 4 ปี ภายใต้การสอนให้ความรู้ทางภาษาทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ด้วยจำนวนคำ เริ่มตั้งแต่ชั้น ป.1 กำหนดคำไว้ 150 คำ และเพิ่มขึ้นเป็นพันๆ คำ เมื่อเลื่อนชั้นปี จนมาถึงปี 2537 ก็ถูกถอดออกจากแบบเรียนเพราะเนื้อหาในหนังสือเรียนไม่ทันยุคทันสมัย
ในปี 2541 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำเสนอละคอนถาปัดของเรื่องนี้ในชื่อ "มานีและชูใจ"
เดือนมกราคม พ.ศ. 2544 นิตยสารอะเดย์ได้นำตัวละครเรื่อง มานะ มานี ปิติ ชูใจ มาเสนออย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี และต่อมาปี 2545 ตีพิมพ์ใหม่ในชื่อ "ทางช้างเผือก" โดยสำนักพิมพ์อะ บุ๊ค โดยเพิ่มเนื้อหาเรื่องราวมากขึ้น ทั้งอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ตื่นตาตื่นใจ และยังมีตัวละครใหม่เพิ่มเติม ซึ่งจากยอดพิมพ์ ได้รับการตีซ้ำถึง 8 ครั้งในระยะเวลาสั้น ๆ โดยความแตกต่างระหว่างทางช้างเผือก กับแบบเรียนภาษาไทยชุด เก่านั้น ในหนังสือทางช้างเผือก ชีวิตของเด็ก ๆ กลุ่ม นี้จะดำเนินไปอย่างเป็นเรื่องราวและสมจริงมากขึ้น กว่าในแบบเรียนที่ต้องระมัดระวังด้านภาษาและคำที่ต้องใส่ตามหลักสูตร[3


สาระของบทเรียน
มานะ มานี ปิติ ชูใจ มีเรื่องราว ตัวละคร และการดำเนินเรื่องเหมือนชีวิตจริง เพื่อให้เรื่องสนุกสนาน น่าอ่าน และเพิ่มประสบการณ์ทางภาษา มีเรื่องราวแสดงบทบาทของตัวละครและเหตุการณ์ ที่แสดงบุคลิกนิสัยและคุณธรรม แต่ละบทมีภาพประกอบ ท้ายของแต่ละบท มีแบบฝึกฝนความรู้ โดยใช้ประมวลคำพื้นฐานในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 จำนวน 4    ,    000 คำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 450 คำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 800 คำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1    ,    200 คำ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1    ,    550 คำ สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ไม่กำหนดประมวลคำ[4]


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
เล่ม 1 - 2 รวม 40 บท มีคำใหม่ 450 คำ โดยเล่ม 1 นำคำที่สื่อความหมายได้ มาเรียงเป็นคำ ๆ ผสมคำจากพยัญชนะบางตัวและรูปสระง่าย ๆ เริ่มจาก แม่ ก กา จนมีตัวสะกดทั้ง 8 แม่ คำควบกล้ำ    ,     อักษรนำ    ,     สระ    ,     เครื่องหมายไม้ยมก    ,     รูปวรรณยุกต์ทั้ง 4 รูป และเครื่องหมายทัณฑฆาต คำต่าง ๆ นั้นผูกเป็นเรื่องราว มีตัวละครจำนวน 5 คน ได้แก่ มานะ    ,     ปิติ    ,     วีระ เด็กหญิง 2 คน ได้แก่ มานี    ,     ชูใจ มีสัตว์เลี้ยงประจำตัวเด็ก เช่น มานี มานะ มีหมาชื่อ เจ้าโต     ,     วีระ มีลิง ชื่อ เจ้าจ๋อ     ,     ปิติ มีม้า ชื่อ เจ้าแก่ และชูใจ มีแมวชื่อ สีเทา
เล่ม 2 มีเนื้อหาสอดแทรกให้เด็กรู้จักรักสัตว์ รักเพื่อน รักธรรมชาติ รักษาความสะอาดในโรงเรียน ตลาด มารยาทสังคม เช่นการกล่าวสวัสดี ขอโทษ ครับ ค่ะ เป็นต้น


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
รวมมี 30 บท มีคำใหม่ 800 คำ ตัวละครยังคงเป็นชุดเดิม สอนคำใหม่อย่าง คำควบกล้ำ    ,     ตัวสะกดไม่ตรงมาตรา    ,     อักษรนำ การย้ำคำที่ ย    ,     ว สะกด โดยผูกกับเรื่องราวที่มีสาระเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เด็กควรรู้ ควรปฏิบัติ เช่น การศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียน    ,     ดวงจันทร์    ,     รุ้งกินน้ำ    ,     การเดินทางโดยรถไฟ    ,     ภูมิประเทศสองข้างทางรถไฟ ทำความรู้จักกับยานพาหนะชนิดต่าง ๆ เช่น เครื่องบิน    ,     รถยนต์ ยังคงกล่าวย้ำเรื่องความสะอาดในสถานที่ต่าง ๆ วัฒนธรรมอย่างการขนทรายเข้าวัด ตักบาตร ลอยกระทง นอกจากนั้นยังสอนให้รู้จักเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สัญญาณจราจร    ,     การรู้จักบุคคลในท้องถิ่น เช่น สาธารณสุขอำเภอ    ,     เกษตรอำเภอ    ,     ตำรวจ    ,     นายอำเภอ เป็นต้น


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
รวมมี 20 บท มีคำใหม่ 1    ,    200 คำ สอนเรื่องคำที่สะกดไม่ตรงมาตราในแม่ต่าง ๆ     ,     การใช้ รร    ,     ทร เป็น ซ    ,     กลุ่มคำซ้อน    ,     คำประวิสรรชนีย์    ,     คำพ้องเสียง    ,     คำราชาศัพท์ที่ควรรู้ ผูกเรื่องราวโดยแทรกนิทานพื้นบ้างอย่าง โสนน้อยเรือนงาม    ,     ศรีธนนไชย    ,     พระอภัยมณี ตอนสุดสาครปราบม้านิลมังกร    ,     ขุนช้างขุนแผน ตอนพลายชุมพลปราบจระเข้ นอกจากนั้นยังมี เรื่องความรู้ทั่วไปนำมาสอดแทรกอย่างเช่น ยาเสพติด กิจกรรมของลูกเสือ ความรู้เชิงธรรมชาติศึกษา และยังมีการนำวรรณคดีไทย นิทานพื้นบ้าน แทรกเข้ามา ส่วนตัวละครเริ่มเห็นนบุคลิกภาพต่าง ๆ กัน


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
รวมมี 30 บท มีคำใหม่ 1    ,    550 คำ นอกจากการเรียนรู้ภาษาไทยยังมีให้ความรู้ในวิชาอื่น ในส่วนภาษาไทย ความรู้ที่ได้เช่น เกมต่อคำไทย    ,     กลุ่มคำ    ,     รูปประโยคแบบต่าง ๆ     ,     สำนวน    ,     พังเพย    ,     ภาษิตต่าง ๆ     ,     ปริศนาคำทาย    ,     การเขียนจดหมาย    ,     การบันทึกประจำวัน    ,     การใช้เครื่องหมายต่าง ๆ เช่น ? ! ( ) ฯลฯ ราชาศัพท์ มีเรื่องวรรณคดีไทยอย่างเช่น ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายแก้ว    ,     คนังเงาะน้อย    ,     สังข์ทอง    ,     รามเกียรติ์ ตอน หนุมานลองดีพระฤๅษี    ,     สุวรรณสาม ในด้านการให้ความรู้ประวัติศาสตร์เช่น ดอนเจดีย์    ,     ท้าวเทพกษัตรีย์ ท้าวศรีสุนทร ส่วนด้านประเพณีไทยเช่น สงกรานต์    ,     เล่นสะบ้า    ,     ละครลิง    ,     เพลงพวงมาลัย ในด้านความรู้ด้านอาชีพ เช่น เกษตรอำเภอ    ,     การเลี้ยงปลานิล    ,     การปลูกเงาะ    ,     การเลี้ยงหอย นอกจากนั้นยังให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่น การทำโทรศัพท์อย่างง่าย อีกทั้งยังมีการสอดแทรกด้านจริยธรรม เช่นการที่ปิติที่ไม่ยอมลอกข้อสอบของเพื่อน และตอนเก็บกระเป๋าสตางค์ได้แล้วนำไปคืนเจ้าของ


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ในหนังสือเรียนชั้นปีนี้มี 2 ส่วน ส่วนแรกมี 20 บท ส่วนหลังเป็นนักเรียนค้นคว้านอกเวลา 4 เรื่อง มีการเรียนรู้ ความหมายของคำ ทุ่ม-โมง    ,     ย่ำ-ยาม    ,     เกาะหนู เกาะแมว    ,     เกษตรกรที่หุบกระพง ส่วนด้านวรรณคดีไทย กล่าวถึงเรื่อง พระอภัยมณี ตอน สินสมุทร    ,     รามเกียรติ์ ตอนน้ำบ่อน้อย ด้านการละเล่นไทยพูดถึงลักษณะเพลงเกี่ยวข้าว เรียนรู้เรื่องธรรมชาติและการท่องเที่ยวเช่น เรื่องธรรมชาติของน้ำตก วีรกรรมที่บ้านบางระจัน    ,     ประเพณีบุญบั้งไฟของชาวอีสาน และนิทานเรื่องสามัคคีเภท
ส่วนหลังของเล่ม ที่เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา 4 เรื่องคือ เรื่องนกกระจาบ    ,     เรื่องสังข์ทอง ตอนเลือกคู่และหาเนื้อหาปลา    ,     เรื่องการผจญภัยของผ้าขี้ริ้ว (ผลงานนักเรียน) และ เรื่องแปล 1 เรื่อง คื่อเรื่องเมาคลีลูกหมา


ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
เล่ม 1 มี 10 บท โดยสอนเรื่องด้านต่าง ๆ ทั้งการฟัง    ,     พูด    ,     อ่าน    ,     เขียน และคิด เช่น การตั้งใจฟัง    ,     การพูดในโอกาสต่าง ๆ     ,     การเขียนจดหมาย    ,     การใช้สำนวนอุปมาอุปมัย    ,     การเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล เป็นต้น ในส่วนวรรณคดี เช่น เรื่อง พระรถเมรี    ,     พระสังข์ศิลปไชย มีการให้ความรู้ด้านประวัตศาสตร์และตำนานอย่างเรื่อง พระยาพิชัยดาบหัก และประวัติวัดพนัญเชิง (พระเจ้าสายน้ำผึ้ง และนางสร้อยดอกหมาก) ในส่วนรัฐพิธี กล่าวถึงพิธีพืชมงคล    ,     พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และการลงคะแนนเสียงตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนท้ายเล่มมีหนังสืออ่านนอกเวลา 3 เรื่องคือ ละครพูดเรื่อง พระร่วง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 สองตอน บทละครเรื่อง ระบำดอกฝิ่น (ผลงานนักเรียน) และเรื่องสั้น ไอ้ตุ่น ของ อ.รัชนี ศรีไพรวรรณ
เล่ม 2 มี 10 บท มีเนื้อหาเกี่ยวกับสมุดบันทึก สอนให้ฝึกหัดการบันทึก ประวัตินักเล่านิทานอย่าง อีสป และ สุนทรภู่ ในด้านภาษา สอนการฝึกพูดโต้วาที เรื่อง การอ่านยากกว่าการเขียน มีเนื้อหาวรรณคดีอย่าง รื่อง รามเกียรติ์ ตอนศึกทรพี ส่วนในบทสุดท้าย กล่าวถึงการเรียนจบประโยคประถมศึกษา ในตัวละครของเรื่องก็แยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิตของตน


ตัวละคร
มีหมาน้อยชื่อ "เจ้าโต" มานีเป็นเด็กเรียนดี เป็นคนเดียวในโรงเรียนที่เรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่กรุงเทพ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มานีเป็นรองประธานนักเรียนของโรงเรียน
มานะ รักเผ่าไทย
เป็นพี่ของมานี มีสัตว์เลี้ยงเป็นนกแก้ว
ปิติ พิทักษ์ถิ่น
มีม้าชื่อ "เจ้าแก่" ตอนหลังเจ้าแก่ตาย ทำให้ปิติเศร้า ต่อมาถูกสลากออมสินเป็นเงินจำนวน 1 หมื่นบาท จึงนำเงินไปซื้อลูกม้าตัวใหม่และตั้งชื่อให้ว่า "เจ้านิล" ทดแทนการตายของเจ้าแก่
วีระ ประสงค์สุข
เป็นเด็กอาภัพ มีพ่อเป็นทหารตายในระหว่างรบ ตั้งแต่วีระยังอยู่ในท้อง ส่วนแม่ตรอมใจตายหลังจากคลอดวีระ 15 วัน ทำให้วีระอยู่กับลุงตั้งแต่เกิด วีระมีลิงแสมชื่อ "เจ้าจ๋อ"
ดวงแก้ว ใจหวัง
มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
ชูใจ เลิศล้ำ
เป็นเพื่อนสนิทมานี มีแมวชื่อ "สีเทา" ชูใจอยู่กับย่าและอา ตั้งแต่เล็ก โดยไม่รู้รายละเอียดของพ่อและแม่ที่แท้จริง ซึ่งความจริงคือ พ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่ชูใจอายุ 1 ขวบ ส่วนแม่ก็อาศัยอยู่ต่างประเทศ และต่อมาแม่บินกลับมารับชูใจกลับไปอยู่ด้วยกัน แต่ชูใจกลับเลือกอยู่กับย่า
สมคิด
มีปู่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จบป.6 แล้วก้ย้ายกลับเรียนต่อและอยู่ที่ภูเก็ต
เพชร
เกิดในครอบครัวจน มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เคยพุ่งฉมวกปักงูในอุโมงค์ช่วยเหลือเพื่อน แม่ของเพชรถูกงูกัดตายขณะเก็บหน่อไม้ในป่า
จันทร
เป็นผู้หญิง ขาลีบพิการ ในตอนท้ายของเรื่อง ได้รับคัดเลือกให้ร้องเพลง "ความฝันอันสูงสุด" และยังได้อ่านทำนองเสนาะต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าให้แพทย์หลวง รับตัวไปรับการผ่าตัดขาที่กรุงเทพฯ จนขาหายเป็นปกติ
คุณครูไพลิน
เป็นครูประจำชั้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ปีที่ 3 คุณครูไพลินพบเกษตรอำเภอที่ชื่อว่า "ทวีป" ครั้งแรกเมื่อคราวไฟไหม้ตลาด ซึ่งเด็กๆ เป็นตัวเชื่อมให้ได้รู้จักและแต่งงาน ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน
คุณครูกมล
เป็นครูประจำชั้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6